สหภาพยุโรป

สหภาพยุโรป European Union (EU)



           ธงยุโรปมีลักษณะเป็นดาวสีทอง 12 ดวง ล้อมกันเป็นวงกลมบนพื้นสีน้ำเงิน วงกลมหมายถึง          ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวยุโรป จำนวน 12 ดวงของดาวสื่อถึงความครบถ้วนและสมบูรณ์แบบตามวัฒนธรรมยุโรป เช่น 12 เดือนเป็น 1 ปี หรือ 12 ชั่วโมงของหน้าปัดนาฬิกา เป็นต้น แต่ไม่ได้หมายความถึงจำนวนของประเทศสมาชิก ซึ่งมีทั้งหมด 27 ประเทศ ธงยุโรปได้รับการออกแบบในปี  พ.ศ. 2498 และนำมาใช้อย่างเป็นทางการในปีพ.ศ. 2529






ประวัติขององค์กร
สหภาพยุโรปกำเนิดขึ้นจากประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่งยุโรป (ECSC) และประชาคมเศรษฐกิจยุโรป (EEC) โดยประเทศอินเนอร์ซิกส์ ประชาคมและองค์การสืบเนื่องมีขนาดเติบโตขึ้นโดยการเข้าร่วมของสมาชิกใหม่และมีอำนาจมากขึ้นโดยการเพิ่มขอบเขตนโยบายในการจัดการ สนธิสัญญามาสทริชท์สถาปนาสหภาพยุโรปในปี 2536 และนำเสนอความเป็นพลเมืองยุโรป การแก้ไขหลักพื้นฐานรัฐธรรมนูญล่าสุดของสหภาพยุโรปล่าสุด สนธิสัญญาลิสบอน มีผลใช้บังคับในปี 2552

วัตถุประสงค์
1. เพื่อรวบรวมระบบเศรษฐกิจ ความร่วมมือในการพัฒนาสังคม และการปกครองแบบประชาธิปไตยของประเทศสมาชิกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียว
2. เพื่อยกระดับการดำรงชีวิตของประชากรขาวยุโรปให้ดีขึ้น
3. เพื่อจัดตั้งสหภาพศุลกากรโดยการขจัดอุปสรรคต่างๆ ทางการค้าระหว่างประเทศ

ประเทศสมาชิก
กรีซ  โครเอเชีย  เช็กเกีย  ไซปรัส  เดนมาร์ก  เนเธอร์แลนด์  บัลแกเรีย  เบลเยียม  โปรตุเกส  โปแลนด์  ฝรั่งเศส  ฟินแลนด์  มอลตา  เยอรมนี  โรมาเนีย  ลักเซมเบิร์ก  ลัตเวีย  ลิทัวเนีย  สเปน  สโลวาเกีย  สโลวีเนีย  สวีเดน  สหราชอาณาจักร  ออสเตรีย  อิตาลี  เอสโตเนีย  ไอร์แลนด์  ฮังการี


ความสัมพันธ์ของสหภาพยุโรปที่มีต่อไทย




ความสัมพันธ์ทางการเมือง
     EU และประเทศไทยได้เจรจาเรื่อง ข้อตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (PCA) ซึ่ง PCA จะสร้างกรอบการทำงานที่ครอบคลุม และช่วยส่งเสริมความร่วมมือของทั้งสองฝ่ายให้ดียิ่งขึน
     อย่างไรก็ตาม EU จะไม่ลงนามใน PCA กับประเทศไทยจนกว่าประเทศจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย นั่นหมายความว่าข้อตกลงฉบับเก่าที่ลงนามไว้เมื่อค.ศ.1980 ยังจะคงเป็นกรอบการทำงานสำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง EU และประเทศไทยต่อไป
     หลังจากที่ทหารได้เข้ายึดอำนาจการปกครองของประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม ปีค.ศ.2014 EU ได้เรียกร้องให้ผู้นำทหารนำประเทศไทยกลับเข้าสู่กระบวนการทางประชาธิปไตยและฟิ้นฟูรัฐธรรมนูญของประเทศ

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ
    EU และประเทศไทยได้เจรจาเรื่อง ข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2013 โดยทั้งสองฝ่ายต้องการข้อตกลงที่ครอบคลุมในหัวข้อต่าง ๆ เช่น
       - ภาษีการค้าและมาตรการอื่นนอกเหนือจากภาษีการค้า
       - การบริการ
       - การลงทุน
       - การจัดซื้อสาธารณะ
       - ทรัพย์สินทางปัญญา
   ปัญหาด้านกฎระเบียบและข้อบังคับ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
     จนถึงปัจจุบัน การเจรจาได้ถูกดำเนินแล้วทั้งหมดสี่รอบ โดยครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2014 นับตั้งแต่ช่วงเวลาดังกล่าว ขณะนี้ ยังไม่มีการกำหนดการเจรจา FTA รอบใหม่เนื่องจากทหารเข้ายึดอำนาจประเทศไทย

ความสัมพันธ์ทางการค้า
     การค้าระหว่าง EU และประเทศไทยมีมูลค่า 32.9 พันล้านยูโร ในค.ศ. 2015 (หรือประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท)
     EU เป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศไทย ในค.ศ. 2015 การส่งออกจากประเทศไทยไปยัง EU มีมูลค่ารวม 19.6 พันล้านยูโร (ประมาณ 764 พันล้านบาท)
     EU คือผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดอันดับสี่ของประเทศไทย ในค.ศ. 2015 การนำเข้าจาก EU สู่ประเทศไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 13.4 พันล้านยูโร (ประมาณ 523 พันล้านบาท)
     สินค้าที่ถูกนำเข้าจากประเทศไทยไปยัง EU มากที่สุดสามอันดับแรก ใน ค.ศ. 2015 ได้แก่ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง (49.1 % ของการนำเข้าทั้งหมด) ผลิตภัณฑ์เบ็ดเตล็ด (18.5 %) และ อาหารและสัตว์มีชีวิต (11.4 %)
     สินค้าที่ถูกส่งออกจาก EU มายังประเทศไทยมากที่สุดสามอันดับแรก ได้แก่ เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง (45.1%) ผลิตภัณฑ์เคมีและที่เกี่ยวข้อง (17%) และ สินค้าอุตสาหกรรม (14.9%)

ความร่วมมือด้านเทคนิคและการเงิน
     ความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและ EU เริ่มขึ้นในยุคค.ศ.1970 โดยมุ่งเน้นที่การช่วยเหลือให้ประเทศไทยพัฒนาภาคการเกษตร และเมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองฝ่ายได้เปลี่ยนมาให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจที่กว้างขึ้น พร้อม ๆ กับการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วทางเศรษฐกิจของประเทศไทย
     กลยุทธ์ความร่วมมือในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การวางแผนด้านความช่วยเหลือทางเทคนิคเพื่อช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านการพัฒนาของตน - และเพื่อนำไปสู่ผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย

ความร่วมมือด้านประชาสังคม
     ความร่วมมือกับประชาสังคมเป็นส่วนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง EU และประเทศไทย โดยEUได้ปรึกษาหารือกับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร สื่อ นักวิชาการ และองค์กรระดับรากหญ้าต่าง ๆ เกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย
     คณะผู้แทนได้หารือกับองค์กรด้านประชาสังคมในช่วงระหว่างการเตรียมเอกสารด้านนโยบาย และก่อนที่จะเริ่มโครงการความร่วมมือ องค์กรเหล่านี้ยังได้รับเชิญให้มีส่วนร่วมในการร่วมเตรียมแนวทางในการยื่นข้อเสนอสำหรับโครงการพัฒนา
     คณะผู้แทนยังสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาสังคมผ่านทาง โครงการสนับสนุนการร่วมหารือด้านนโยบายระหว่างประเทศไทยและ EU โครงการได้ถูกตั้งงบประมาณไว้ 3.75 ล้านยูโรสำหรับค.ศ. 2015-2017 ซึ่งเพิ่มจากเงินทุนของโครงการที่มีอยู่เดิม

ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
     EU มีสำนักงานในกรุงเทพฯ ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนโครงการด้านมนุษยธรรมของ EUทั้งหมดในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - รวมถึงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
     การปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมของ EU ในประเทศไทยเริ่มขึ้นในค.ศ. 1995 และได้ดำเนินการรับมือกับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ มากมายทั้งที่เกิดจากธรรมชาติและเกิดจากมนุษย์ ทุนสนับสนุนในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับด้านนี้มีมูลค่าทั้งหมดเกือบ 121 ล้านยูโร
     ความช่วยเหลือด้านนี้ส่วนมากนั้นถูกนำไปสู่ผู้อพยพชาวเมียนมาร์ที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยต่าง ๆ ตามแนวชายแดนของประเทศไทย EU ได้ให้การช่วยเหลือแก่คนกลุ่มนี้เป็นเวลากว่า 20 ปี ผ่านทางการให้ ความช่วยเหลือด้านอาหาร, ความช่วยเหลือด้านสุขภาพและอนามัย และ การให้การป้องกัน
     เพื่อตอบสนองต่อจำนวนผู้ต้องการลี้ภัยมายังประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา เงินทุนเพิ่มเติมจึงถูกจัดสรรขึ้น ในค.ศ. 2016 เพื่อสนับสนุนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR)
     EU ยังได้จัดสรรเงินจำนวนทั้งสิ้น 925,000 ยูโรเพื่อตอบสนองความต้องการทางด้านมนุษยธรรมของผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาและผู้อพยพชาวบังกลาเทศที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ค.ศ. 2013
     นอกจากนี้ EU ยังให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้นในประเทศไทย เช่น ช่วงที่มีภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น เหตุการณ์สึนามิในมหาสมุทรอินเดียปีค.ศ. 2004 และอุทกภัยในปีค.ศ. 2011




ผลดีและผลเสียของการรวมกลุ่ม
ผลดี
    1.เป็นการรวมตัวเพื่อแลกเปลี่ยน เพราะในทวีปยุโรปเอง ศักยภาพของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน การรวมตัวกันทางเศรษฐกิจทำให้เกิดความร่วมมือ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคมีความมั่งคั่ง

    2.เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศสมาชิก ยุโรปทราบดีว่า หากให้แต่ละประเทศ ต่อรองผลประโยชน์โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจกับประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา ย่อมเป็นการยากที่จะรักษาผลประโยชน์ของตนได้ การรวมตัวกันทำให้อำนาจต่อรองมีสูง ทั้งในแง่ของปริมาณสินค้า และจำนวนของความต้องการ (Demand) ที่มีมากเช่นกัน ทำให้ผลประโยชน์ของยุโรปได้รับการปกป้อง ซึ่งกระทำการเช่นนั้น ทั้งการค้าการทำธุรกิจในกลุ่มและนอกกลุ่มของสหภาพยุโรป

    3.การรวมตัวกันเพื่อป้องกันภัยสงคราม ประเทศในยุโรปด้วยกันเองเคยเป็นคู่สงคราม เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส การรวมตัวกันของคู่สงครามในอดีตเป็นเครื่องยืนยันว่าจะไม่ทำสงครามต่อกันอีกด้วย แผนชูมานทำให้ยุโรปเกิดความเชื่อมั่นของความสงบ

    4.การรวมกันเพื่อส่งเสริมพัฒนา โดยเฉพาะทางเศรษฐกิจให้เกิดความยั่งยืน เพื่อให้ยุโรปเป็นยุโรปเดียวมาแทน Nation State รัฐ-ชาติ

     5.การรวมกลุ่มของสหภาพยุโรป (European Union) จำแนกการรวมตัวในทางเศรษฐกิจออกเป็น 5 ขั้นตอน คือ
     เขตเศรษฐกิจเสรี (Free Trade Area) ขั้นแรกนี้จะมีการยกเลิกกำแพงภาษี ยกเลิกระบบโควต้า และการกำหนดปริมาณสินค้า
     สหภาพศุลกากร (Customs Union) ขั้นนี้จะมีการ ขจัดการเลือกปฏิบัติระหว่างสมาชิก นั่นคือภายในกลุ่มจะไม่มีการเก็บภาษี เคลื่อนย้ายสินค้าบริการภายในกลุ่มอย่างสะดวก ขจัดข้ออุปสรรต่างๆภายในกลุ่ม แต่ไปตั้งการกีดกัดกับภายนอกกลุ่ม
     ตลาดร่วม (Common Markets) ขั้นนี้จะมีนโยบายทางเศรษฐกิจแบบเดียวกัน เช่นใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มเหมือนกัน
     สหภาพเศรษฐกิจ (Economic Union) จะมีการจัดระบบตลาดร่วมที่มีนโยบายเศรษฐกิจเป็นมาตรฐานเดียวกัน ขจัดความเหลื่อมล้ำและเลือกปฏิบัติต่อกันภายในกลุ่ม เช่นกำหนดอัตราดอกเบี้ยเดียวกัน
     การบูรณาการทางเศรษฐกิจสมบูรณ์ (Total Economic Integration) ขั้นนี้จะมีการรวมตัวกันอย่างสมบูรณ์ทั้งด้านการเงิน การคลัง มีการจัดตั้งองค์กรที่มีลักษณะเหนือรัฐ หรือ Supra-National

ข้อเสีย
1.ต้องอุ้มชูประเทศสมาชิกที่เศรษฐกิจตกต่ำ
     ความแตกต่างกันของระบบเศรษฐกิจใน EU ที่มีเศรษฐกิจใหญ่และร่ำรวย เมื่อประเทศสมาชิกเกิดปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำโดยเฉพาะ กรีซ ที่เผชิญปัญหาจนเกือบล้มละลาย และเกือบจะถูกบีบให้ออกจาก สมาชิก EU และยังมีสมาชิกอีกหลายประเทศที่มีปัญหาเศรษฐกิจเช่นเดียวกัน ปัญหาเศรษฐกิจนี้ทำให้ประเทศร่ำรวย จำเป็นต้องใช้งบประมาณในการเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟู เพื่อพยุงไม่ให้ปัญหาลุกลาม และอาจส่งผลกระทบต่อ การรวมตัวเป็นสหภาพยุโรป

2.เสียค่าใช้จ่ายไปโดยเปล่าประโยชน์
     อังกฤษเป็นประเทศหนึ่งที่ต้องช่วยเหลือทางการเงินแก่ EU และต้องสูญเสียงบประมาณไปจำนวนมาก ทำให้ คนอังกฤษรู้สึกไม่พอใจ ว่าทำไม่รายได้ของพวกเขาต้องเอาไปช่วยเหลือคนอื่น และที่สำคัญ EU ยังไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำและปัญหาต่างๆ

3.ปัญหาผู้อพยพจากตะวันออกกลาง
     จากแผนรับผู้อพยพของ EU ให้สมาชิกสหภาพยุโรปแบ่งรับผู้ลี้ภัย ภายใต้ระบบจัดสรรโควต้า โดยพิจารณาจากตัวเลขจีดีพี จำนวนประชากร อัตราการว่างงาน และจำนวนผู้ลี้ภัยที่แต่ละประเทศมีอยู่แล้ว ทำให้ผู้อพยพจากตะวันออกกลางหลั่งไหลเข้ามาในยุโรปมากขึ้น และอังกฤษเองก็ไม่ต้องการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้ รวมถึงเกรงว่าจะเกิดปัญหาต่างๆตามมาอีกมากมายหลังจากการหลั่งไหลเข้ามาจำนวนมากของผู้อพยพ

4.ปัญหาการก่อการร้าย
     อังกฤษได้ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศเป้าหมายสำคัญแห่งหนึ่งของผู้ก่อการร้าย ยิ่ง EU ให้สมาชิกรับผู้อพยพจากตะวันออกกลางมากเท่าไหร่ การแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุของผู้ก่อการร้ายก็มีมากขึ้นเท่านั้น และอังกฤษไม่อยากที่จะเสี่ยงอีกต่อไป

5.ปัญหาการว่างงาน
     การไหลเข้ามาของแรงงานจากสมาชิกในกลุ่ม EU จำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาการแย่งงานของคนอังกฤษ และ การเข้ามาทำงานของคนนอกประเทศโดยเฉพาะคนจาก ยุโรปตะวันออกนั้น ยังได้รับสวัสดิการ การดูแล เหมือนกับแรงงานคนอังกฤษ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้งบประมาณของรัฐบาลอังกฤษทั้งสิ้น



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้